ปลายฝนเป็นช่วงที่บ้านเราผ่านความชื้นมาเต็มที่ ซึ่งความชื้นที่คาค้างอยู่เป็นเวลานานมักตามมาด้วยเชื้อรา ถ้าเป็นผ้าม่าน เป็นสิ่งของที่เราพอจะโยกย้ายไปซักไปทำความสะอาดได้ ก็พอจะมีทางรักษาให้สิ่งของนั้น ๆ ปราศจากเชื้อราได้อยู่

แต่ถ้าเป็นผนังบ้านซึ่งไม่ว่าจะเป็นผนังก่ออิฐฉาบปูนภายนอก หรือผนังเบาเช่นผนังยิปซั่มภายในห้อง ซึ่งโยกย้ายหนีความชื้นไม่ได้ และยังมีคุณสมบัติในการกักเก็บความชื้น ซึ่งหากโดนความชื้นเข้าไปนาน ๆ เข้า เชื้อราก็จะเกิดเป็นปื้นดำตามผนังได้เช่นกัน และคราบดำที่เกิดขึ้น นอกจากจะไม่ชวนมองแล้ว หากเกิดขึ้นภายในห้องหับซึ่งอากาศวนเวียนอยู่ในที่จำกัด ก็จะส่งผลเสียต่อสุขอนามัยภายในห้องอีกด้วย

เมื่อเจอเชื้อราขึ้นที่ผนังเมื่อใด ก็ขอแนะนำให้กำจัดออกไปโดยเร็ว ซึ่งการกำจัดนั้นง่ายแสนง่าย เพราะสิ่งที่ใช้กำจัดคราบเชื้อราล้วนพบเจอในชีวิตประจำวัน

อันที่จริงสารเคมีที่ใช้ปราบเชื้อราได้ชะงักที่สุดนั้นคือ คลอรีน… ประเภทคลอรีนที่เอาไว้ใส่สระว่ายน้ำนั่นแหละครับ แต่อย่าเพิ่งรีบร้อนวิ่งไปซื้อคลอรีนไป เพราะเราสามารถใช้น้ำยาซักผ้าขาวซึ่งควรเป็นประเภทที่มีคลอรีน (หรือที่เราเรียกติดปากกันว่าไฮเตอร์) เป็นส่วนประกอบมาใช้แทน

ขั้นตอนแรกของการกำจัดคราบรา คือการทาน้ำยาซักผ้าขาวลงบนผนังส่วนที่เกิดคราบราได้โดยตรง หรือว่าจะผสมน้ำให้เจือจางสักเล็กน้อยแล้วใส่ฟอกกี้พ่นให้ทั่วก็ได้ (อย่าลืมใส่ถุงมือยางด้วยนะครับ เพราะน้ำยาซักผ้าขาวมีฤทธิ์กัดกร่อนสูง)

เคล็ดไม่ลับของกระบวนการนี้ก็คือ ในกรณีที่ใช้แปรงทาน้ำยาซักผ้าขาวลงบนผนังตรงส่วนที่มีเชื้อรา อย่าถูหรือขัดในบริเวณนอกรอยคราบราออกมามาก เพราะว่าราบนผนังเหล่านี้มีสปอร์อยู่ ซึ่งการขัดถูอาจจะทำให้เชื้อราแพร่กระจายออกไป

แน่นอนว่าด้วยหลักการและเหตุผลดังนี้ วิธีการกำจัดด้วยใช้แปรงผสมน้ำหรือน้ำผสมผงซักฟอกขัดไปตามรอยคราบและผนังใกล้เคียง อาจจะกำจัดคราบราได้ชั่วคราว แต่ตามมาด้วยการแพร่กระจายของเชื้อรากว้างขวางออกไป… และหากนำแปรงนั้นไปใช้ต่อโดยไม่ทำความสะอาดให้ดี ก็เท่ากับช่วยนำเอาสปอร์ราไปแพร่เชื้อที่อื่นต่ออีกด้วย

หลังจากพ่นหรือทาด้วยน้ำยาซักผ้าขาวให้ทั่ว ก็ปล่อยทิ้งไว้เฉย ๆ 5-7 วันครับ ระยะเวลานี้สปอร์ต่างๆ ของเชื้อราน่าจะตายลงไปเกือบหมด ซึ่งรอยคราบราเดิมไม่ควรจะแพร่กระจายเพิ่มขึ้น จะเหลือก็แต่คราบซากเชื้อราเดิมที่ยังคงอยู่  ก็ให้นำน้ำต้มให้เดือด ทิ้งไว้ให้อุ่น แล้วใช้ผ้าชุบเพื่อเช็ดคราบดำออกจากผนัง แล้วเช็ดซ้ำอีกครั้งด้วยผ้าแห้ง ซึ่งการเช็ดถูทั้งหมดควรทำในวงจำกัดเฉพาะส่วนที่มีคราบเท่านั้น

เท่านี้เชื้อราก็จะหายไป แต่หากยังมีคราบเกิดขึ้นใหม่ ก็ให้ทำขั้นตอนข้างต้นซ้ำอีกครั้ง ถ้าหากอาการชื้นในผนังไม่ร้ายแรง การทำความสะอาดคราบแบบนี้สองครั้ง ก็น่าจะช่วยให้บ้านของท่านสะอาดปลอดจากเชื้อราแล้วครับ

Cr : Zmyhome

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *